First Time : first impression

posted on 20 May 2014 22:11 by double

เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนก้าวไปตามทางเดินยาว เพื่อหลีกหนีจากผู้คนในโรงเรียน แต่ชุดนักเรียนทีดูแตกต่างจากคนอื่นๆ กลับทำให้ยิ่งดูโดดเด่นขึ้นไปอีก

 

ชิกิ นั่งลงใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ห่างจากอาคารเรียน ไม่ใช่ว่าเค้าอยากทำตัวแปลกแยกซักเท่าไหร แต่เค้าก็มีสาเหตุ

เด็กหนุ่มมองกล่องข้าวที่ดูท่าทางน่ากินอย่างชั่งใจ

คุณลุงคุณป้าเป็นคนใจดี เรื่องนั้นตัวเองก็รู้ดีแต่ว่า…..

 

เมี้ยววว……..

 

นิ้วเรียวหยิบตะเกียบขึ้นมา คืบข้าวเข้าไปปากแค่สองคำแล้ว กำลังจะคีบไปที่ไขหวานย่างก็ต้องชะงัก…...เมื่อหันไปก็เห็นแมวตัวหนึ่งเดินมา เด็กหนุ่มเลยหยิบไข่ม้วนท่าทางน่าอร่อยในกล่องข้าวนั้นแล้วโยนให้ เมื่อเห็นเจ้าแมวเหมียวกินจนหมดเลยตัดสินใจ เทอาหารในกล่องข้าวทั้งหมดให้ ก่อนจะลุกเดินกลับไปอาคารเรียน

 

-------------

 

วันนี้ข้าวกล่องก็ยังน่ากินเหมือนเดิม เมื่อวานคุณป้าถามว่าข้าวกล่องอร่อยมั้ย

เค้าเงียบไปชั่วครู่  ก่อนจะตอบไปว่า อร่อย หิวมากก็เลยกินจนหมด

คุณป้าทำหน้าดีใจมาก

อาหารเย็นก็น่ากิน เค้ากินจนหมด แต่ว่า……

 

เมี้ยววว……..

เสียงเรียกจากเจ้าแมวตัวเดิม แล้วก็เหมือนเมื่อวานที่ชิกิกินข้าวไปแค่ 2 - 3 คำ ก็หันมาเทอาหารในกล่องข้าวให้เจ้าเหมียวจนหมด  แต่ทว่า

 

“ ใจร้ายจังนะ ”  เสียงดังมาจากเหนือหัว ทำให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปเจอ เด็กหนุ่มผมสีดำกำลังส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะเดินไปอุ้มเจ้าเหมียวที่กินข้าวเสร็จแล้ว

“ เจ้าเหมียว เจ้าเหมียว วันนี้มีคนใจดี แบ่งอาหารให้แล้วใช่มั้ย ” เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนสีดำ กำลังลูบแมวอย่างรักใคร่  ดูจากที่เจ้าเหมียวไม่ดิ้นหนี แสดงว่าคนตรงหน้านี่ต้องคุ้นเคยกับแมวตัวนี้เป็นอย่างดี เด็กหนุ่มผมดำคนนั้นลูบแมวเสร็จก็หันมาทางชิกิ

“ นายใส่เครื่องแบบแปลกดีนะ  นักเรียนใหม่เหรอ ”   ชิกิพยักหน้าพลางเก็บข้าวกล่อง  เด็กหนุ่มผมดำนั่งลงข้างๆ แล้วปล่อยแมวลง

“ ตกใจหมดเลย เมื่อวานติดงานเลยมาช้า ก็ว่าใครให้อาหารเจ้าเหมียวกันนะ ”  เด็กหนุ่มรุ่นพี่นั่งลงพลางฉีกซองขนมปังแล้วนั่งลงกิน

 

เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนลุกขึ้น แล้วเดินกลับเข้าตึก  พอหันกลับไป ก็เห็นเด็กหนุ่มผมดำ โบกมือให้

...แปลกคน....

 

------------

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ชิกิเจอเด็กหนุ่มผมดำมานั่งกินข้าว  โดยวันนี้มานั่งรอก่อนเลย

เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนนั่งลงกับพื้น เปิดข้างกล่องแล้วกินข้าวไปคำสองคำ แล้วเตรียมจะเทให้เจ้าเหมียวอีก แต่มือคนข้างๆก็มาหยุดไว้เสียก่อน

“ นายไม่ควรเอาอาหารกล่องน่ากินนั้นแบ่งให้แมวนะ ”

“ ทำไมละ ” ชิกิถามกลับเป็นนัยๆว่า มันแปลกตรงไหน แต่ฮารุก็แค่มองแล้วยิ้มให้

“….ก็เพราะว่าข้าวกล่องนี่น่ากินนะสิ ดูสิว่าไข่ม้วนก็สวยทอดได้ดูน่าอร่อย แถมมีผักมีสลัดผลไม้ใส่มาให้  แสดงว่าคนทำใส่ใจขนาดไหน แบ่งให้แมวกินนะได้ แต่นายก็ควรจะกินให้เยอะกว่านี้นะ กินน้อยขนาดนี้เดี๋ยวก็ไม่มีแรงหรอก ”  ไม่ว่าเปล่า ถือวิสาสะแย่งตะเกียบจากมือเค้า แล้วคืบไข่ม้วนขึ้นมาแล้วยื่นไปตรงหน้าชิกิ

“ เอ้า อ้ามมม ”  

ประหลาด…..  นั้นคือความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวของเด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อน

แต่ว่า…...เค้าก็รู้สึกผิดกับคุณป้าที่ทำข้าวกล่องนี้ให้  พวกคุณลุงคุณป้าอยู่กันสองคนไม่มีลูก

ตอนที่พ่อของเค้าพามา  คุณลุงคุณป้าดีใจมาก  ทั้งสองยิ้มแย้มให้เค้าเสมอ ดูแลตัวเค้าเองเหมือนกับลูก

 

ชิกิมองไปยังคนที่คีบไข่ม้วนค้างไว้  รอว่าเมื่อไหรเค้าจะกิน   แล้วเด็กหนุ่มก็คว้าตะเกียบมามองไข่ม้วนน่าอร่อยอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจกินไข่ม้วน เริ่มจากคำเล็กๆ ค่อยๆกัด ทำให้กว่าจะหมดไปชิ้นหนึ่งก็กินเวลามาก แต่คนตรงหน้าก็แค่นั่งมองแล้วก็ยิ้ม

“ อร่อยใช่ไหมละ กินเข้าไปอีกเยอะๆสิ ”  

“ ไม่ละ......อิ่มแล้ว ”  มือยกขึ้นมาปิดปาก  ในปากเริ่มรู้สึกถึงน้ำลายเปรี้ยวๆ

“ อะไรกัน ไม่กินเข้าไป เดี๋ยวจะไม่แข็งแรงเอานะ ” เด็กหนุ่มผมดำดึงข้าวกล่องมา แล้วคีบไข่ม้วนอีกชิ้นส่งให้่

“ เอ้า…. ”

“ ไม่! ”  ยังไม่ทันที่จะส่งให้  มือของคนตรงหน้าก็ปัดออกอย่างรวดเร็ว  ชิกิมองคนตรงหน้าที่เบิกตากว้างอย่างตกใจ ยังไม่ทันที่จะกล่าวอะไรออกไป อาการคลื่นเหียนจากท้องก็พุ่งขึ้นมา เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว วิ่งไปจนถึงอ่างล้างมือข้างอาคารเรียน แล้วอาเจียนออกมา

เด็กหนุ่มรู้สึกมึนไปชั่วขณะ ก่อนตั้งสติได้ เปิดก๊อกน้ำแล้วล้างหน้าล้างปาก เมื่อหันกลับมาก็เห็นเด็กหนุ่มผมดำคนนั้นยืนถือข้าวกล่องของเค้าเอง มองมาด้วยสายตาตกใจปนเป็นห่วง

" ขอโทษ......ชั้น....... " ชิกิไม่อยากพูดอะไร เค้ารู้สึกเพลียเพราะเพิ่งจะอาเจียนออกมา แล้วเค้าก็ยังไม่อยากพูดถึง " สาเหตุ " ที่เค้าอาเจียนด้วย

“ เฮ้......ไปห้องพยาบาลมั้ย ”  เด็กหนุ่มผมดำทักอีกฝ่ายเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนเดินเซๆ

“ ไม่เป็นอะไรหรอก ” แล้วเด็กหนุ่มก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว  เด็กหนุ่มอีกคนเริ่มเดินตาม และมาหยุดที่ตู้กดน้ำอัตโนมัติ  เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแค่จะกดน้ำจากตู้ขายน้ำอัตโนมัติเท่านั้น

ชิกิล้วงเหรียญจากในกระเป๋าออกมานับ  เมื่อกี้เค้าเพิ่งอาเจียนออกมา ทำให้เค้าอยากดื่มน้ำเกลือแร่

แต่ว่า….........เหรียญไม่พอ ในขณะที่คิดว่าจะกดน้ำอย่างอื่น ก็รู้สึกถึงคนข้างๆ เด็กหนุ่มผมสีดำยื่นเหรียญมาให้

“ ชั้นให้  ถือว่าขอโทษเรื่องเมื่อกี้ ” เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหยิบเหรียญนั้นมา  เสียงหยอดเหรียญ และตามมาด้วยเสียงขวดน้ำที่หล่นออกมา

“ ขอบคุณ ”  ชิกิหันไปบอกคนที่ยืนรออยู่ข้างๆ แล้วไม่ทันคาดคิด

รอยยิ้มที่เหมือนฤดูใบไม้ผลิก็ส่งกลับมา

" นายชื่ออะไรเหรอ " เด็กหนุ่มผมดำเอ่ยถาม

" โคโมริ  ชิกิ..... "

" ชั้น....เอ่อ เรียกว่า ฮารุ ดีกว่า "

" ฮารุ... "

" ไม่ๆ ต้องเรียกรุ่นพี่ด้วยสิ " เด็กหนุ่มอีกคนเบิกตา....อะไรนะ?

" ชั้นอยู่ปีสามนะ " ไม่ว่าเปล่ามือยังชี้ไปที่เข็มกลัดแสดงระดับชั้น ที่มีสามขีด ชิกิมองอย่างไม่เชื่อสายตา

นึกว่ารุ่นเดียวกันซะอีก

 

------------

 

หลังจากวันนั้นมันก็เป็นภาพแปลกๆของนักเรียนและอาจารย์ทั้งโรงเรียน

เมื่อนักเรียนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ 3 วันอยู่กับ........ฮารุ .......

 

"โคโมริคุงช่วงนี้นายสนิทกับรุ่นพี่สึกะโมริจังนะ"  เพื่อนในห้องคนนึงพูดประเด็นนี้ขึ้นมา  ชิกิมองอย่างสงสัย  

“ รุ่นพี่สึกะโมริ? ”

" อ้าว.... " เพื่อร่วมห้องที่เอ่ยทักชิกิตกใจมาก หันไปมองเพื่อนอีกคนเลิกลั่ก

" ก็.......คนที่นายอยู่ด้วยบ่อยๆน่ะ "

" อ้อ.... "  .....นามสกุลสึกะโมริเองเหรอ....

" แล้วมันทำไมละ "  ชิกิถามกลับ  เพื่อนร่วมห้องมีสีหน้าลำบากใจ

“ นายไม่รู้จริงๆเหรอ  ก็รุ่นพี่น่ะ......"

ยังไม่ทันที่จะจบประโยค เสียงอาจารย์เปิดประตูเข้ามาในห้อง  เพื่อนร่วมห้องหันไปมองอาจารย์ก่อนหันไปทางชิกิ เหมือนอยากจะพูดให้จบก่อน  แต่อาจารย์ก็ส่งสายตาดุๆมาให้ ทำให้เพื่อนร่วมห้องคนนั้นต้องเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเองอย่างเสียไม่ได้

ชิกิได้แต่เก็บข้อสงสัยนั้นไว้ในใจ

 

ในตอนพัก เด็กหนุ่มก็ยังมากินข้าวกลางวันกับฮารุ  โดยที่รุ่นพี่ฮารุไม่พูดเรื่องที่เค้าแบ่งข้าวกล่องให้แมวอีกแล้ว

แล้วชิกิก็เริ่มสังเกต เวลาเค้าอยู่ในห้อง เพื่อนในห้องก็เข้ามาพูดคุยด้วยดี แต่เวลาที่อยู่กับฮารุเค้าสังเกตว่าไม่มีใครเข้ามาทักทายฮารุเลย ไม่ว่าจะตอนที่อยู่กับเค้าหรืออีกฝ่ายอยู่คนเดียวก็เถอะ

 

เด็กหนุ่มมองฮารุที่นั่งกินขนมปังกับนมแล้วก็เล่นกับแมว ดูๆคนตรงหน้าแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลกๆ แล้วทำไมปฏิกิริยาของคนในโรงเรียนถึงได้ดูแปลกๆกับคนตรงหน้านัก หรือว่า…...

เหมือนเด็กหนุ่มผมดำจะรู้ว่าถูกอีกฝ่ายจ้องเอาๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

“ มีอะไรหรือเปล่า ” เลยตัดสินใจลองถามดู

“ รุ่นพี่….มีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า ”

“ ปัญหาเหรอ….. ”   เด็กหนุ่มทำท่านึก

“ ไม่มีหรอก ”

“ จริงๆนะ ” ชิกิถามย้ำ

“ จริงสิ ”  แล้วส่งยิ้มกลับมาให้  แต่เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนยังขมวดคิ้วมุ่น

“ ถ้า…..ถ้ารุ่นพี่มีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ  บอกผมได้นะ ”

“ ผมพร้อมที่จะอยู่ข้างรุ่นพี่นะ ” เอื้อมมือไปจับมือคนตรงหน้า

 

จะไม่ปล่อยอีกแน่

คราวนี้ละ…..

มือเผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว

“ โอ้ย ”

“ ขอโทษ ”

“ เป็นอะไรหรือเปล่า ”  ชิกิชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมา

" ผมแค่....... "  เด็กหนุ่มตรงหน้าเงียบไป ก่อนจะได้รับสัมผัสบางอย่างบนมือ

มือของคนตรงหน้าที่กุมมือเค้าเอาไว้  สัมผัสนั้นช่างอ่อนโยนและอบอุ่น ชวนให้น้ำตาไหล  ความคิดต่างๆที่อัดอั้นอยู่ภายในแทบระเบิดออกมา

“ ผมเคยมีเพื่อนคนนึง ”  ชิกิตัดสินใจพูดออกมา

“ เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก เค้าใจดี  หัวดี   พวกเราเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ว่า…..วันหนึ่ง…..เค้าฆ่าตัวตาย…..โดยการกระโดดให้รถไฟทับ…….ต่อหน้าผม  เศษเลือดและเนื้อที่เห็นนั้น….. ” มือเรียวยกขึ้นมาปิดปาก เมื่อรู้สึกถึงอาการที่อยู่ในท้อง

 

ใช่ หลังจากนั้นเค้ากินเนื้อไม่ได้อีกเลย  เพราะภาพติดตานั้น หมอบอกว่าเป็นความเครียดที่เห็นคนตายต่อหน้า  จะหายได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเอง

 

เจ็บกายไม่เท่าไหร  แต่เจ็บทีใจนั้นมากกว่า  และที่เจ็บยิ่งกว่าอะไร คือที่เค้าเพิ่งรู้ว่าเพื่อนของตนเองเจอการกลั่นแกล้งมาหนักขนาดไหน แต่เค้าไม่เคยรู้เลยซักนิด

ไม่ได้เอะใจ  ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยซักนิด  เป็นเพื่อนภาษาอะไร

ถ้าเค้ารู้สึกตัวเร็วกว่านี้  ถ้า…………

 

สัมผัสอุ่นที่มือ เรียกสติให้กลับมาได้อย่างง่ายดาย  เงยหน้าขึ้นก็เจอดวงตาที่ยากจะคาดเดามองมา….

“ คงเสียใจสินะ…. ” มือเรียวเอื้อมมาลูบผ่านอย่างแผ่วเบา ถึงได้รู้สึกตัวว่าดวงตาของตนเองมีน้ำตาคลอ

“ นายทำดีที่สุดแล้วละ….อย่าโทษตัวเองอีกเลย ”  

 

------------

 

เสียงอ็อดเลิกเรียนดังขึ้น  เมื่ออาจารย์ออกจากห้องเรียน  เด็กๆนักเรียนทั้งหลายส่งเสียงเซ็งแซ่  

ชิกิที่เดินออกมาจากห้องเรียน  หวนนึกถึงเรื่องเมื่อตอนพักเที่ยง มองลงไปจากระเบียง เด็กนักเรียนคนอื่นๆ เริ่มทยอยเดินออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน  เค้าเงยหน้าขึ้น เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก  ตาดูช้ำเล็กน้อยจนถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น  เพราะเมื่อตอนกลางวันเค้าเผลอร้องไห้ออกมา

บางทีเค้าคงแค่ต้องการให้ใครบอกเค้าแบบนี้มาตลอด ……

เด็กหนุ่มก้าวยาวๆ ออกจากโรงเรียน เห็นเด็กหนุ่มผมดำกำลังเดินออกจากประตูโรงเรียน เลยรีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว

“ รุ่นพี่ครับ ” ฮารุหันกลับมาทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก

“ อ้าว มีอะไรเหรอ ”

“ ผมมีเรื่องอยากคุยกับรุ่นพี่ครับ ” ฮารุมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา

“ …...ได้สิ ”

 

ในมุมลับตาของสวนสาธาณะบุคคลหนึ่งจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มทั้งสอง

เจ้าเด็ก 2 คนนั้นไม่ผิดแน่ๆ

 

ชิกิและฮารุเดินไปเรื่อยๆ เลี้ยวข้างหน้าก็จะเจอสวนสาธารณะเล็กๆ

ชิกิที่กำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่ก็ต้องหยุดเดินลง เพราะมีเด็กนักเรียน (และไม่น่าจะเป็นเด็กนักเรียน) กำลังขวางทางพวกเค้าอยู่

เด็กหนุ่มผมดำถูกล้อมด้วยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง เด็กหนุุ่มผมดำดูตกใจมาก ยังไม่ทันที่จะทำอะไร ชิกิก็ถูกประกบด้วยนักเรียนตัวโตสองคน

“ ถ้าไม่ไปกับพวกเรา  เพื่อนของแกจะต้องเดือดร้อนแน่ ” ประโยคนั้นหันไปพูดกับรุ่นพี่ฮารุที่ยืนอยู่ ความตกใจหายไปจากใบหน้าแล้ว แต่มีความกังวลเด่นชัดขึ้นมาแทน

ชิกิหันไปมองฮารุที่ยืนอยู่  รุ่นพี่ที่ปกติไม่เคยจะขาดรอยยิ้มตอนนี้ยืนก้มหน้า จนชิกิเดาไม่ถูกว่าอีกฝ่ายอยู่ในอารมณ์ไหน  จนกระทั่งรุ่นพี่ฮารุพูดขึ้น

“ เค้าไม่เกี่ยวอะไรด้วย พาชั้นไปคนเดียว ”

“ ฮึฮึ ไม่ได้หรอก เพราะได้รับคำสั่งมาว่าต้องพา สึกะโมริ  ฮารุและ ” เพื่อน ” ของนายไปด้วยน่ะ ”

“ ไปกันได้แล้ว ”

 

------------

 

“ เมื่อกี้ฉันเห็นสึกะโมริกับนักเรียนใหม่โดยใครพาก็ไม่รู้ ”

“ เฮ้ย น่ากลัวเป็นบ้า นักเรียนใหม่นั้นก็ไม่น่าไปยุ่งกับหมอนั้นเลย  ”

“ ก็เพราะแกไม่รีบบอกเรื่องรุ่นพี่สึกะโมรินะสิ ”

“ ก็…..มันไม่มีจังหวะให้บอกนะสิ ” เด็กนักเรียนเพื่อนร่วมห้องคุยกันพลางคิดถึงเรื่องของ “ รุ่นพี่ ” คนนั้น  

เรื่องของรุ่นพ่สึกะโมริ รู้กันทั้งโรงเรียนไม่ว่าเด็กนักเรียนหรือว่าอาจารย์

เด็กหนุ่มคนนึงที่กำลังเดินผ่านเพื่อนร่วมห้องของชิกิหยุดชะงันในทันทีที่ได้ยินบทสนทนา แล้วตัดสินใจหันกลับไป แล้วไปสะกิตนักเรียนคนนึงในกลุ่มนักเรียนนั้น ซึ่งเมื่อทั้งสองหันกลับมาก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ

“ ช่วยเล่าเรื่องเมื่อกี้ให้ฟังหน่อยได้มั้ย ”

 

------------

 

“ ต้องขอโทษด้วยนะ ” เด็กหนุ่มผมดำพูดเบาๆพอให้ได้ยินแค่สองคน   ชิกิไม่ได้พูดอะไร เค้าคิดว่าเค้าน่าจะหาทางออกจากสถานการณ์นี้ได้ แต่อีกคนนี่สิ

ที่ๆพวกชิกิถูกพามา คือบริเวณโกดังร้างที่หนึ่ง  ที่นั้นมีกลุ่มเด็กนักเรียนที่ดูแล้วก็พอจะบอกได้ว่าจะถ่อยขนาดไหน   และคนที่นี่งตรงกลางก็ไม่พ้นน่าจะเป็นหัวโจก

“ มาแล้วสินะ ” เป็นคนที่นั่งอยู่ตรงกลางที่พูดขึ้นมา แต่ชิกิสังเกตว่าฝ่ายตรงข้ามมีผ้าพันแผลพันอยู่

“ คงยังไม่ลืมที่แกทำกับพวกชั้นไว้สินะ ”แล้วก็ชี้ไปทางชิกิ ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกงงมาก เค้าเพิ่งมาที่เมืองนี้ไดไม่กี่วันจะไปรู้จักคนพวกนี้ได้ยังไง แต่ดูฮารุจะตกใจมาก  คนข้างๆก้าวมายืนด้านหน้าชิกิก่อนตะโกนกลับไป

“ คุณจำคนผิดแล้วละ! ”

" นี่ไม่ใช่อายะ "

 

อายะ?

 

“ ไม่ผิดหรอกเป็นแกแน่นอน!! ”   อีกฝ่ายยังยืนยันหนักแน่น  ใบหน้าถมึงทึงยิ่งขึ้น

“ คนที่อยู่กับสึกะโมร ฮารุจะเป็นใครไปได้นอกจากอายะละ! ”

พร้อมเดินเข้ามาใกล้ในมือถือท่อนเหล็กที่เตรียมไว้

“ แกคงยังไม่ลืมที่มายุ่งวุ่นวายพวกข้า คราวนี้พวกข้าจะเอาคืนบ้าง ”  เมื่อสิ้นประโยค บรรดาผู้คนที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มเดินมา

ชิกิเริ่มตั้งท่า เค้าก็เคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาบ้าง  ยังไม่ทันที่ฝ่ายตรงข้ามจะเข้ามาถึงตัวเป็นเด็กหนุ่มผมสีดำที่อยู่ข้างๆนี่เองที่วิ่งออกไปก่อน  

แล้วสวนกลับฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วจนล้มลงไป 2-3 คน

เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อน เบิกตากว้างอย่างตกใจ

รุ่นพี่ที่ปกติดูใจดีนั้นนะ?

 

“ มาทางนี้เร็ว! ” ฮารุหันมาบอกชิกิที่กำลังงงอยู่ แต่พอมองไปทางที่ฮารุวิ่งออกไปก็เข้าใจได้ทันทีว่านั้นคือทางออก

ชิกิจัดการพวกที่จะเค้ามาขัดขวางล้มลงไป  แต่เมือกำลังจะถึงเด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนรู้สึกถึงแรงกระชากอย่างแรงจากทางด้านหลัง กว่าจะตั้งสติได้ก็ถูกล็อกคอไว้

ประกายแสงที่สะท้อนเข้าตาทำให้รู้ได้เลยว่ามีดกำลังจ่อคอเค้าอยู่ เด็กหนุ่มผมดำที่หยุดวิ่งหันมามองด้วยความโกรธจัด

“ ถ้าแกวิ่งออกไป เพื่อนของแกได้นอนเฝ้าที่นีแน่ ”

ลูกน้องสองคนเข้าล็อกแขนฮารุไว้ทั้งสองข้าง แล้วกดให้นั่งลง

“ หึหึ คราวนี้จะให้แกได้รู้ความรู้สึกของข้าข้าง ”  ชายร่างใหญ่นั้นหันมามองชิกิที่ถูกล็อกตัวไว้

“ ข้าต้องจัดการแก ล้างหน้าเมื่อครั้งที่แล้วให้ได้!! ”  มือใหญ่นั้นง้างท่อนเหล็กขึ้นเตรียมฟาด  ชิกิขยับตัวจนมีดบาดเข้าที่คอ เลือดสีแดงไหลออกมา ตัดสินใจบิดข้อมือที่ถือมีดออก  ศอกเข้าใส่คนด้านหลังจนล็อกคอคลาย  เมื่อหลุดออกมาแล้วรีบวิ่งไปที่เด็กหนุ้มผมสีดำที่ถูกจับอยู่ทันที

 

ต้องทัน...

คราวนี้แหละ …..

ต้องช่วยให้ได้ ……

 

จะไม่ให้เป็นแบบนั้นอีก…...เลือดสีแดงฉานและเศษเนื้อที่กระจัดกระจาย

 

เมื่อสิ่งที่ท่อนเหล็กนั้นกระทบโดนไม่ใช่ร่างของเด็กหนุ่มคู่แค้น   แต่เป็นผ้าหนาๆที่ไขว้ขึ้นรับท่อนเหล็กที่ฟาดลงไปได้อย่างพอดี  ร่างนั้นถอยไปข้างหลัง ชายร่างใหญ่ก็ขยับถอยไปหนึงก้าว มองผ้าผืนหนาก่อนจะสะบัดผ้านั้นทิ้ง

 

“ คราวที่แล้วคงยังไม่เข็ดสินะ ” เสียงนั้นมาจากเด็กหนุ่มผมทอง เจ้าของผ้าที่รับท่อนเหล็กนั้นไว้ เด็กหนุ่มผมทองในชุดนักเรียนแบบเดียวกับฮารุ

“ แก! ”  ชายร่างใหญ่สบถออกมา เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร  

 

ชายคนนั้นจ้องเด็กหนุ่มมาใหม่ไม่วางตา  แล้วไม่ทันรออะไรทั้งสิ้น ร่างใหญ่นั้นพุ่งเข้าไปหาพร้อมหวดท่อนเหล็กใส่อย่างรวดเร็ว

“ แกนี่เจ็บแล้วไม่จำจริงๆ ” เด็กหนุ่มที่เพิ่งมาหลบท่อนเหล็กที่กำลังจะฟาดลงมาได้หมุนตัวแล้วถีบเข้าไปที่ท้องของชายคนนั้นเต็มแรง ยังไงก็ต้องจุกแน่นอน ท่อนเหล็กหล่นลงกับพื้น แต่ชายคนนั้นหันกลับมาหมายจะชกใส่ แต่เด็กหนุ่มคนนั้นไวกว่าวิ่งสวนเข้าไปพร้อมหลบหมัดที่พุ่งออกมา ก่อนจะออกหมัดสวนชักเข้าไปที่ใต้คางเต็มแรง ชายคนนั้นโงนเงนก่อนจะล้มลงไป

เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นสลบไปแล้ว  เด็กหนุ่มผมสีทองเดินไปหยิบท่อนเหล็กยาวนั้น  แล้วหันกลับมามองบรรดากลุ่มลูกน้องที่ยืนอยู่

“ เอ้า  ใครจะเป็นรายต่อไปก็เข้ามา ”  บรรดาลูกน้องที่ยืนรออยู่มีทีท่าลังเล เพราะเด็กหนุ่มร่างเล็กที่อยู่ๆก็โผล่มาแต่ซัดคนร่างใหญ่กว่าสลบได้ในไม่กี่กมัด  แต่พอหันไปมองหน้าเพื่อนๆ ก็คิดว่าจำนวนมากกว่าน่าจะได้เปรียบกว่า ทุกคนสบตากันเหมือนจะตัดสินใจเหมือนกัน ค่อยๆกระเถิบเข้าไป

 

“ อายะ! ” เสียงเรียกดังมาจากเด็กหนุ่มผมดำที่ยังโดนล็อกแขนอยู่

และเมื่อสิ้นเสียงของฮารุ เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ

“ อายะ หรือว่าจะเป็นเด็กที่ว่าไปจัดการเจ้าพวกโรงเรียน M นะ ”

“ ชั้นได้ยินมาว่าไปถล่มแก๊งที่คุมอีกเขต ภายในคืนเดียวด้วยนะ ”

“ …...เขตรอบๆ นี้โดนจัดการไปหมดด้วย ”

เสียงเซงแซ่เกี่ยวกับเด็กหนุมผมทองตรงหน้าดังขึ้นเรื่อยๆ

และเมื่อเด็กหนุ่มผมสีทองเดินเข้าไปหาฮารุ  กลุ่มคนที่ยืนออยู่ก็แหวกออกในทันใด  และเมื่ออายะเดินมาถึงชายสองคนที่ล็อกแขนถึงกับผงะ

“ ปล่อยเพื่อนของผมได้แล้วหรือยังครับ  หรืออยากจะลงไปนอนกับพื้นตามหัวหน้าก็ตามใจนะ ”  ชายสองคนปล่อยแขนเด็กหนุ่มผมดำแทบจะในทันที  ถึงไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะทำอะไรได้มากแค่ไหน แต่ว่าการที่จัดการหัวหน้ากลุ่มเมื่อกี้ลงได้ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า “ อย่าได้ลองจะดีกว่า ”  

 

เมื่อกลุ่มคนออกไปจากบริเวณนั้นหมดแล้ว อายะเดินเข้าไปหาฮารุ เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนก็เดินเข้ามาหาด้วยเหมือนกัน

  

“ เป็นอะไรมั้ย ฮารุ ”

“ ไม่เป็นอะไรหรอก ”  อายะพยุงให้ฮารุลุกขึ้น

“ ถึงนายไม่มา ชั้นก็จัดการได้นะ ” พร้อมส่งยิ้มให้เพื่อนหนึ่งที ทำเอาอายะปั้นหน้าไม่ถูก

“ ขอเถอะ นายอย่าหาเรื่องเดือดร้อนให้ชั้นเลย ”

“ เรื่องเดือดร้อนนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะนายด้วยนะ ”  อายะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจอะไร  แล้วสายตาก็หันไปมองชิกิที่ยืนอยู่

"แล้วนี่ ใครกันละเนีย"  

“ โคโมริ  ชิกิ ปีสอง ” เป็นฮารุที่ ตอบแทน  อายะหันไปมองเพื่อนอย่างแปลกใจ ก่อนจะหันไปทางนักเรียนใหม่  ดวงตานั้นมองไปที่ชิกิด้วยความแปลกใจ

“ ชั้นยูคิมูระ อายะ  นาย….นักเรียนใหม่เหรอ? ”  ชิกิแค่พยักหน้าตอบเท่านั้น แล้วพิจารณาคนตรงหน้า ตากลมโต ผมสีทอง ตัวเล็กหน้าออกไปทางสวย(?) ดูยังไงก็ไม่นึกว่าจะชกคนตัวใหญ่กว่าลงไปกองกับพื้นในทีเดียวได้เลย

 

“ ใช่แล้ว เพิ่งมาช่วงที่นายพักการเรียนไปนะ ” เป็นฮารุที่ตอยแทนอีกครั้ง  ยิ่งทำให้อายะแสดงสีหน้าแปลกใจยิ่งขึ้นไปอีก

“ ว่าแล้ว ไม่งั้นคงไม่กล้าเข้ามาใกล้นายหรอก ฮารุ ”

“ พักการเรียน….? ”  เด็กหนุ่มรุ่นน้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา  คนตรงหน้าที่ดูไม่น่าใช่อันธพาล แต่โดนพักการเรียน ไม่สิ ถ้าดูจากฝืมือชกต่อยเมื่อกี้แล้วก็ไม่แน่จริงๆ

“ ไม่น่าเชื่อว่ารุ่นพี่จะเป็นเด็กเก…. ”

“ เจ้าเด็กปากดี ” อายะว่าเด็กรุ่นน้องที่เพิ่งแค่เจอหน้ากันครั้งแรก ก็ริปืนเกลียวใส่ซะแล้ว

“ ที่ชั้นโดนพักการเรียนก็เพราะเจ้าฮารุนั้นแหละ ดันเผ่นไปก่อน แล้วไงละ ดันมีเด็กที่โรงเรียนเห็น ก็เลยโดนลงโทษคนเดียว ทั้งๆที่นายนั้นแหละต้นเหตุ ” ดวงตาตวัดค้อนเด็กหนุ่มผมสีดำที่ยืนยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร(?)

 

“ เอาเถอะ แค่โดนพักการเรียนนะไม่เท่าไหร  ถ้านายเป็นอะไรขึ้นมาชั้นจะโดนเคย์โกะจัดการชุดใหญ่นะสิ ”  อายะคิดถึงผู้ปกครองสาวที่บ้าน แค่คิดถึงว่าคนตรงหน้าเป็นอะไรขึ้นมา แล้วเค้าจะเจออะไรบ้างก็สยองแล้ว

อย่างพักการเรียน  ก็สบายดีไม่ต้องไปโรงเรียน แต่ก็โดนเรียกไปช่วยงานหงเย่  ที่ถือว่าเป็นการทำโทษทางอ้อมจากเคย์โกะ

 

“ รุ่นพี่ไม่เป็นอะไรนะครับ ”  สายตาเด็กหนุ่มมองไปยังแขนของฮารุ เด็กหนุ่มรุ่นน้องคงกลัวว่าเค้าจะได้รับบาดเจ็บ…..

“ ไม่เป็นไร ”

“ ที่คอนายเลือดไหลนี่ ” เสียงทักจากเด็กหนุ่มผมทอง ทำให้ชิกิเอามือมาแตะที่คอ ความรู้สึกเจ็บแปล๊บแล่นขึ้นมาทันทีที่สัมผัสโดน   แล้วก็นึกได้ว่าน่าจะเป็นตอนที่เค้าจะเข้าไปช่วยรุ่นพี่ฮารุ  แล้วโดนเอามีดจ่อคอ

“ ไปโรงพยาบาลดีมั้ย ” ฮารุหันไปถามอายะ

“ ถ้าไปโรงพยาบาลจะเรื่องยุ่งนะสิ เพราะคงโดนถามสาเหตุแน่ ”  เด็กหนุ่มผมดำหน้าหมองไปถนัดตา ก่อนหันมาทางชิกิ  

เด็กหนุ่มผมสีดำเม้มริมฝีปาก ก่อนจะตัดสินใจพูด

บางทีบอกออกไปจะดีกว่า…..

 

“ ชิกิ……...ตอนแรก….ชั้นคิดว่าปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้น่าจะดีกว่า  แต่ว่า….ต่อไป….....ชั้นก็ไม่อยากให้นายเดือดร้อนแบบวันนี้อีก ”

“ ชั้นจะบอกความลับของชั้นให้ ”

“ ฮารุ... ”  อายะเอ่ยรั้งเอาไว้  แต่ฮารุก็แค่หันมายิ้มให้ พร้อมส่ายหน้าเบาๆ

“ ที่บ้านชั้นเป็นยากุซ่านะ ”  เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนเบิกตากว้าง แล้วความคิดที่สงสัยมาตลอดก็คลี่คลาย เมื่อบรรดานักเรียนที่โรงเรียนถึงได้จะมาบอกเค้าเรื่องนี้นั้นเอง  แล้วก็สาเหตุที่คนๆนี้ไม่ค่อยมีคนเข้ามายุ่งด้วยเท่าไหร

ชิกิมองหน้าคนตรงหน้า  แต่ก็มีเพียงรอยยิ้มส่งกลับมาเท่านั้น

“ แต่ว่าไม่ได้โดนแกล้งอะไรหรอกนะ เพราะไม่มีใครกล้าทำนะ ”

“ จริงๆ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยนะ แต่จะโดนอายะจัดการซะก่อน เห็นหน้าตาแบบนั้นก็เถอะ โหดใช่ย่อยเลยนะ แล้วถึงจะถูกแกล้ง ชั้นก็ไม่กลัวหรอก ”

“ชั้นนะไม่เป็นไรหรอก …….. ”

รอยยิ้มที่ส่งมานั้น ช่วยทำให้หัวใจรู้สึกชุ่มชื้นขึ้น  ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในค่อยๆคลายออก

 

“ รุ่นพี่…. ”

 

“ เอ่อ….ชั้นต้องขอโทษนะ  ที่พานายมาเดือดร้อนไปด้วย ”

“ เรื่องนั้น…….ไม่เป็นไรหรอกครับ ”

“ ผม…...อยากช่วยรุ่นพี่บ้าง ”

“ ถ้าอย่่างนั้นนายมีอะไรที่อยากให้ชั้นทำให้มั้ย ไถ่โทษที่ชั้นพานายมาเดือดร้อนไปด้วย ”  ชิกิชั่งใจอยู่ชั่วครู่…….เมื่อมองคนตรงหน้า คำพูดก็หลุดออกมาโดยไม่คาคคิด

“ ชวนเป็นเพื่อนกับผมที…. ”  เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนรู้สึกว่าตัวเองพูดอะไรแปลกๆออกไปแต่พูดออกไปแล้วจะเรียกกลับมาอีกก็ไม่ได้  รู้สึกใจเสียเล็กน้อยเพราะอีกฝ่ายที่รับฟังคำขอเค้าไป กลับทำหน้างุนงงสับสนสุดๆ  แต่เพื่อนรุ่นพี่ดันทำหน้าอมยิ้มอย่างกวนชะมัด

“ เรื่องนั้น………..................เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วนี่ ”  

“ ขออย่างอื่นสิ ”  คราวนี้รุ่นพี่ผมทองอีกคนกลั้นขำไม่อยู่ถึงกับหัวเราะออกมา ทำให้เพื่อนสนิทถึงกับยืนงง แต่ชิกินี่หน้ามุ่ยไปแล้ว

“ อายะ….หัวเราะอะไร ”

“ ….55 เปล่าๆ ” เปล่าอะไร ก็หัวเราะอยู่แท้ๆ เด็กหนุ่มผมสีดำชักรู้สึกงอนเพื่อนขึ้นมาตะหงิดๆ ที่พอหยุดหัวเราะก็อมยิ้มอะไรก็ไม่รู้

 

…….อย่างนี้ มันต้องหาทางแกล้งกลับ……..

 

ความคิดแก้เผ็ดผุดขึ้นมา  และนั้นทำให้อายะต้องหยุดยิ้มในทันที

“ พาชิกิไปทำแผลที่บ้านเคียวโกขุกัน ”

 

-----------------End or to be continue?------------------ 


อาจจะมีต่ออีกนิดหน่อย..........คือไปต่อที่บ้านเคียวโกขุแหละ แต่ไม่ไหวละ ฮา 

เป็นตอนย้อนอดีตของอายะที่ครึ่งแรกเจ้าตัวก็ออกมาแค่ชื่อ 55555 

แล้วกว่าตัวจะออกก็ช่วงท้ายเลย 5555 

จริงๆ ตอนแรกที่วางไว้ ชิกิ จะต้องเจอกับอายะก่อน แล้วความสัมพันธ์ก็คือ เด็กรุ่นน้องที่ปีนเกลียวรุ่นพี่ 

แล้วชิกิจะต้องเข้าใจผิดว่า คนที่ดูไม่น่าจะมีอะไรเลยนี่แหละ หัวโจกของโรงเรียน 5555 

แต่พอเขียนไปเขียนมา ก็กลายเป็นชิกิกับฮารุแทน ผิดไปนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร ยังไงชิกิก็ยังได้ปืนเกลียวใส่อายะ 555 (นี่คือจุดสำคัญของเรื่องเลยนะ ฮา)

เป็นตอนย้อนอดีตของอายะที่ไม่ได้เขียนถึงอายะเท่าไหรเล้ยยย 

 

Comment

Comment:

Tweet

อายะตอนม.ปลาย ขอวาดภาพไว้ว่า(หน้าตา)น่ารักมุ้งมิ้งน่าเต๊าะ 
แต่พอเจอบทโหดขึ้นมาแล้วถอยทัพแทบไม่ทัน
พี่เค้าโหดจริงจัง //มองอายะในปัจจุบัน
อ่านตอนแรกก็คิดว่า ฮารุนี่ใช่อายะรึเปล่า
เหมือนจำได้เลาๆว่า อายะไม่ใช่ชื่อจริง
แล้วก็ไม่ใช่จริงๆด้วย
แอบลุ้นว่าชิกิกับฮารุจะอะไรยังไงต่อ แต่ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่สินะ...
กลับมาที่อายะ ซึ่งโผล่มาครึ่งหลังของเรื่องแล้ว 555
ไม่นึกเหมือนกันว่าอายะจะเกี่ยวกับยากูซ่ามาตั้งแต่สมัยเรียน  
คือ.. วีรกรรมเยอะมาแต่เด็กสินะ
เคียวโกขุนี่ชื่อคุ้นๆ
แฟนเก่าอายะมั้ย กรี๊ดดดด ตอนหน้าจะโผล่มาแล้วใช่มั้ย
//ชูป้ายไฟวิ่งไปกรี๊ด
//พาอิเบิร์กไปเก็บไกลๆก่อน

#1 By Oni : Hazard on 2014-05-24 22:36