First Time : first impression

posted on 20 May 2014 22:11 by double

เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนก้าวไปตามทางเดินยาว เพื่อหลีกหนีจากผู้คนในโรงเรียน แต่ชุดนักเรียนทีดูแตกต่างจากคนอื่นๆ กลับทำให้ยิ่งดูโดดเด่นขึ้นไปอีก

 

ชิกิ นั่งลงใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ห่างจากอาคารเรียน ไม่ใช่ว่าเค้าอยากทำตัวแปลกแยกซักเท่าไหร แต่เค้าก็มีสาเหตุ

เด็กหนุ่มมองกล่องข้าวที่ดูท่าทางน่ากินอย่างชั่งใจ

คุณลุงคุณป้าเป็นคนใจดี เรื่องนั้นตัวเองก็รู้ดีแต่ว่า…..

 

เมี้ยววว……..

 

นิ้วเรียวหยิบตะเกียบขึ้นมา คืบข้าวเข้าไปปากแค่สองคำแล้ว กำลังจะคีบไปที่ไขหวานย่างก็ต้องชะงัก…...เมื่อหันไปก็เห็นแมวตัวหนึ่งเดินมา เด็กหนุ่มเลยหยิบไข่ม้วนท่าทางน่าอร่อยในกล่องข้าวนั้นแล้วโยนให้ เมื่อเห็นเจ้าแมวเหมียวกินจนหมดเลยตัดสินใจ เทอาหารในกล่องข้าวทั้งหมดให้ ก่อนจะลุกเดินกลับไปอาคารเรียน

 

-------------

 

วันนี้ข้าวกล่องก็ยังน่ากินเหมือนเดิม เมื่อวานคุณป้าถามว่าข้าวกล่องอร่อยมั้ย

เค้าเงียบไปชั่วครู่  ก่อนจะตอบไปว่า อร่อย หิวมากก็เลยกินจนหมด

คุณป้าทำหน้าดีใจมาก

อาหารเย็นก็น่ากิน เค้ากินจนหมด แต่ว่า……

 

เมี้ยววว……..

เสียงเรียกจากเจ้าแมวตัวเดิม แล้วก็เหมือนเมื่อวานที่ชิกิกินข้าวไปแค่ 2 - 3 คำ ก็หันมาเทอาหารในกล่องข้าวให้เจ้าเหมียวจนหมด  แต่ทว่า

 

“ ใจร้ายจังนะ ”  เสียงดังมาจากเหนือหัว ทำให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปเจอ เด็กหนุ่มผมสีดำกำลังส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะเดินไปอุ้มเจ้าเหมียวที่กินข้าวเสร็จแล้ว

“ เจ้าเหมียว เจ้าเหมียว วันนี้มีคนใจดี แบ่งอาหารให้แล้วใช่มั้ย ” เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนสีดำ กำลังลูบแมวอย่างรักใคร่  ดูจากที่เจ้าเหมียวไม่ดิ้นหนี แสดงว่าคนตรงหน้านี่ต้องคุ้นเคยกับแมวตัวนี้เป็นอย่างดี เด็กหนุ่มผมดำคนนั้นลูบแมวเสร็จก็หันมาทางชิกิ

“ นายใส่เครื่องแบบแปลกดีนะ  นักเรียนใหม่เหรอ ”   ชิกิพยักหน้าพลางเก็บข้าวกล่อง  เด็กหนุ่มผมดำนั่งลงข้างๆ แล้วปล่อยแมวลง

“ ตกใจหมดเลย เมื่อวานติดงานเลยมาช้า ก็ว่าใครให้อาหารเจ้าเหมียวกันนะ ”  เด็กหนุ่มรุ่นพี่นั่งลงพลางฉีกซองขนมปังแล้วนั่งลงกิน

 

เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนลุกขึ้น แล้วเดินกลับเข้าตึก  พอหันกลับไป ก็เห็นเด็กหนุ่มผมดำ โบกมือให้

...แปลกคน....

 

------------

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ชิกิเจอเด็กหนุ่มผมดำมานั่งกินข้าว  โดยวันนี้มานั่งรอก่อนเลย

เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนนั่งลงกับพื้น เปิดข้างกล่องแล้วกินข้าวไปคำสองคำ แล้วเตรียมจะเทให้เจ้าเหมียวอีก แต่มือคนข้างๆก็มาหยุดไว้เสียก่อน

“ นายไม่ควรเอาอาหารกล่องน่ากินนั้นแบ่งให้แมวนะ ”

“ ทำไมละ ” ชิกิถามกลับเป็นนัยๆว่า มันแปลกตรงไหน แต่ฮารุก็แค่มองแล้วยิ้มให้

“….ก็เพราะว่าข้าวกล่องนี่น่ากินนะสิ ดูสิว่าไข่ม้วนก็สวยทอดได้ดูน่าอร่อย แถมมีผักมีสลัดผลไม้ใส่มาให้  แสดงว่าคนทำใส่ใจขนาดไหน แบ่งให้แมวกินนะได้ แต่นายก็ควรจะกินให้เยอะกว่านี้นะ กินน้อยขนาดนี้เดี๋ยวก็ไม่มีแรงหรอก ”  ไม่ว่าเปล่า ถือวิสาสะแย่งตะเกียบจากมือเค้า แล้วคืบไข่ม้วนขึ้นมาแล้วยื่นไปตรงหน้าชิกิ

“ เอ้า อ้ามมม ”  

ประหลาด…..  นั้นคือความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวของเด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อน

แต่ว่า…...เค้าก็รู้สึกผิดกับคุณป้าที่ทำข้าวกล่องนี้ให้  พวกคุณลุงคุณป้าอยู่กันสองคนไม่มีลูก

ตอนที่พ่อของเค้าพามา  คุณลุงคุณป้าดีใจมาก  ทั้งสองยิ้มแย้มให้เค้าเสมอ ดูแลตัวเค้าเองเหมือนกับลูก

 

ชิกิมองไปยังคนที่คีบไข่ม้วนค้างไว้  รอว่าเมื่อไหรเค้าจะกิน   แล้วเด็กหนุ่มก็คว้าตะเกียบมามองไข่ม้วนน่าอร่อยอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจกินไข่ม้วน เริ่มจากคำเล็กๆ ค่อยๆกัด ทำให้กว่าจะหมดไปชิ้นหนึ่งก็กินเวลามาก แต่คนตรงหน้าก็แค่นั่งมองแล้วก็ยิ้ม

“ อร่อยใช่ไหมละ กินเข้าไปอีกเยอะๆสิ ”  

“ ไม่ละ......อิ่มแล้ว ”  มือยกขึ้นมาปิดปาก  ในปากเริ่มรู้สึกถึงน้ำลายเปรี้ยวๆ

“ อะไรกัน ไม่กินเข้าไป เดี๋ยวจะไม่แข็งแรงเอานะ ” เด็กหนุ่มผมดำดึงข้าวกล่องมา แล้วคีบไข่ม้วนอีกชิ้นส่งให้่

“ เอ้า…. ”

“ ไม่! ”  ยังไม่ทันที่จะส่งให้  มือของคนตรงหน้าก็ปัดออกอย่างรวดเร็ว  ชิกิมองคนตรงหน้าที่เบิกตากว้างอย่างตกใจ ยังไม่ทันที่จะกล่าวอะไรออกไป อาการคลื่นเหียนจากท้องก็พุ่งขึ้นมา เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว วิ่งไปจนถึงอ่างล้างมือข้างอาคารเรียน แล้วอาเจียนออกมา

เด็กหนุ่มรู้สึกมึนไปชั่วขณะ ก่อนตั้งสติได้ เปิดก๊อกน้ำแล้วล้างหน้าล้างปาก เมื่อหันกลับมาก็เห็นเด็กหนุ่มผมดำคนนั้นยืนถือข้าวกล่องของเค้าเอง มองมาด้วยสายตาตกใจปนเป็นห่วง

" ขอโทษ......ชั้น....... " ชิกิไม่อยากพูดอะไร เค้ารู้สึกเพลียเพราะเพิ่งจะอาเจียนออกมา แล้วเค้าก็ยังไม่อยากพูดถึง " สาเหตุ " ที่เค้าอาเจียนด้วย

“ เฮ้......ไปห้องพยาบาลมั้ย ”  เด็กหนุ่มผมดำทักอีกฝ่ายเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนเดินเซๆ

“ ไม่เป็นอะไรหรอก ” แล้วเด็กหนุ่มก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว  เด็กหนุ่มอีกคนเริ่มเดินตาม และมาหยุดที่ตู้กดน้ำอัตโนมัติ  เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแค่จะกดน้ำจากตู้ขายน้ำอัตโนมัติเท่านั้น

ชิกิล้วงเหรียญจากในกระเป๋าออกมานับ  เมื่อกี้เค้าเพิ่งอาเจียนออกมา ทำให้เค้าอยากดื่มน้ำเกลือแร่

แต่ว่า….........เหรียญไม่พอ ในขณะที่คิดว่าจะกดน้ำอย่างอื่น ก็รู้สึกถึงคนข้างๆ เด็กหนุ่มผมสีดำยื่นเหรียญมาให้

“ ชั้นให้  ถือว่าขอโทษเรื่องเมื่อกี้ ” เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหยิบเหรียญนั้นมา  เสียงหยอดเหรียญ และตามมาด้วยเสียงขวดน้ำที่หล่นออกมา

“ ขอบคุณ ”  ชิกิหันไปบอกคนที่ยืนรออยู่ข้างๆ แล้วไม่ทันคาดคิด

รอยยิ้มที่เหมือนฤดูใบไม้ผลิก็ส่งกลับมา

" นายชื่ออะไรเหรอ " เด็กหนุ่มผมดำเอ่ยถาม

" โคโมริ  ชิกิ..... "

" ชั้น....เอ่อ เรียกว่า ฮารุ ดีกว่า "

" ฮารุ... "

" ไม่ๆ ต้องเรียกรุ่นพี่ด้วยสิ " เด็กหนุ่มอีกคนเบิกตา....อะไรนะ?

" ชั้นอยู่ปีสามนะ " ไม่ว่าเปล่ามือยังชี้ไปที่เข็มกลัดแสดงระดับชั้น ที่มีสามขีด ชิกิมองอย่างไม่เชื่อสายตา

นึกว่ารุ่นเดียวกันซะอีก

 

------------

 

หลังจากวันนั้นมันก็เป็นภาพแปลกๆของนักเรียนและอาจารย์ทั้งโรงเรียน

เมื่อนักเรียนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ 3 วันอยู่กับ........ฮารุ .......

 

"โคโมริคุงช่วงนี้นายสนิทกับรุ่นพี่สึกะโมริจังนะ"  เพื่อนในห้องคนนึงพูดประเด็นนี้ขึ้นมา  ชิกิมองอย่างสงสัย  

“ รุ่นพี่สึกะโมริ? ”

" อ้าว.... " เพื่อร่วมห้องที่เอ่ยทักชิกิตกใจมาก หันไปมองเพื่อนอีกคนเลิกลั่ก

" ก็.......คนที่นายอยู่ด้วยบ่อยๆน่ะ "

" อ้อ.... "  .....นามสกุลสึกะโมริเองเหรอ....

" แล้วมันทำไมละ "  ชิกิถามกลับ  เพื่อนร่วมห้องมีสีหน้าลำบากใจ

“ นายไม่รู้จริงๆเหรอ  ก็รุ่นพี่น่ะ......"

ยังไม่ทันที่จะจบประโยค เสียงอาจารย์เปิดประตูเข้ามาในห้อง  เพื่อนร่วมห้องหันไปมองอาจารย์ก่อนหันไปทางชิกิ เหมือนอยากจะพูดให้จบก่อน  แต่อาจารย์ก็ส่งสายตาดุๆมาให้ ทำให้เพื่อนร่วมห้องคนนั้นต้องเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเองอย่างเสียไม่ได้

ชิกิได้แต่เก็บข้อสงสัยนั้นไว้ในใจ

 

ในตอนพัก เด็กหนุ่มก็ยังมากินข้าวกลางวันกับฮารุ  โดยที่รุ่นพี่ฮารุไม่พูดเรื่องที่เค้าแบ่งข้าวกล่องให้แมวอีกแล้ว

แล้วชิกิก็เริ่มสังเกต เวลาเค้าอยู่ในห้อง เพื่อนในห้องก็เข้ามาพูดคุยด้วยดี แต่เวลาที่อยู่กับฮารุเค้าสังเกตว่าไม่มีใครเข้ามาทักทายฮารุเลย ไม่ว่าจะตอนที่อยู่กับเค้าหรืออีกฝ่ายอยู่คนเดียวก็เถอะ

 

เด็กหนุ่มมองฮารุที่นั่งกินขนมปังกับนมแล้วก็เล่นกับแมว ดูๆคนตรงหน้าแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลกๆ แล้วทำไมปฏิกิริยาของคนในโรงเรียนถึงได้ดูแปลกๆกับคนตรงหน้านัก หรือว่า…...

เหมือนเด็กหนุ่มผมดำจะรู้ว่าถูกอีกฝ่ายจ้องเอาๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

“ มีอะไรหรือเปล่า ” เลยตัดสินใจลองถามดู

“ รุ่นพี่….มีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า ”

“ ปัญหาเหรอ….. ”   เด็กหนุ่มทำท่านึก

“ ไม่มีหรอก ”

“ จริงๆนะ ” ชิกิถามย้ำ

“ จริงสิ ”  แล้วส่งยิ้มกลับมาให้  แต่เด็กหนุ่มผมสีเทาอ่อนยังขมวดคิ้วมุ่น

“ ถ้า…..ถ้ารุ่นพี่มีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ  บอกผมได้นะ ”

“ ผมพร้อมที่จะอยู่ข้างรุ่นพี่นะ ” เอื้อมมือไปจับมือคนตรงหน้า

 

จะไม่ปล่อยอีกแน่

คราวนี้ละ…..

มือเผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว

“ โอ้ย ”

“ ขอโทษ ”

“ เป็นอะไรหรือเปล่า ”  ชิกิชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมา

" ผมแค่....... "  เด็กหนุ่มตรงหน้าเงียบไป ก่อนจะได้รับสัมผัสบางอย่างบนมือ

มือของคนตรงหน้าที่กุมมือเค้าเอาไว้  สัมผัสนั้นช่างอ่อนโยนและอบอุ่น ชวนให้น้ำตาไหล  ความคิดต่างๆที่อัดอั้นอยู่ภายในแทบระเบิดออกมา

“ ผมเคยมีเพื่อนคนนึง ”  ชิกิตัดสินใจพูดออกมา

“ เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก เค้าใจดี  หัวดี   พวกเราเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ว่า…..วันหนึ่ง…..เค้าฆ่าตัวตาย…..โดยการกระโดดให้รถไฟทับ…….ต่อหน้าผม  เศษเลือดและเนื้อที่เห็นนั้น….. ” มือเรียวยกขึ้นมาปิดปาก เมื่อรู้สึกถึงอาการที่อยู่ในท้อง

 

ใช่ หลังจากนั้นเค้ากินเนื้อไม่ได้อีกเลย  เพราะภาพติดตานั้น หมอบอกว่าเป็นความเครียดที่เห็นคนตายต่อหน้า  จะหายได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเอง

 

เจ็บกายไม่เท่าไหร  แต่เจ็บทีใจนั้นมากกว่า  และที่เจ็บยิ่งกว่าอะไร คือที่เค้าเพิ่งรู้ว่าเพื่อนของตนเองเจอการกลั่นแกล้งมาหนักขนาดไหน แต่เค้าไม่เคยรู้เลยซักนิด

ไม่ได้เอะใจ  ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยซักนิด  เป็นเพื่อนภาษาอะไร

ถ้าเค้ารู้สึกตัวเร็วกว่านี้  ถ้า…………

 

สัมผัสอุ่นที่มือ เรียกสติให้กลับมาได้อย่างง่ายดาย  เงยหน้าขึ้นก็เจอดวงตาที่ยากจะคาดเดามองมา….

“ คงเสียใจสินะ…. ” มือเรียวเอื้อมมาลูบผ่านอย่างแผ่วเบา ถึงได้รู้สึกตัวว่าดวงตาของตนเองมีน้ำตาคลอ

“ นายทำดีที่สุดแล้วละ….อย่าโทษตัวเองอีกเลย ”  

 

------------

 

เสียงอ็อดเลิกเรียนดังขึ้น  เมื่ออาจารย์ออกจากห้องเรียน  เด็กๆนักเรียนทั้งหลายส่งเสียงเซ็งแซ่  

ชิกิที่เดินออกมาจากห้องเรียน  หวนนึกถึงเรื่องเมื่อตอนพักเที่ยง มองลงไปจากระเบียง เด็กนักเรียนคนอื่นๆ เริ่มทยอยเดินออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน  เค้าเงยหน้าขึ้น เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก  ตาดูช้ำเล็กน้อยจนถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น  เพราะเมื่อตอนกลางวันเค้าเผลอร้องไห้ออกมา

บางทีเค้าคงแค่ต้องการให้ใครบอกเค้าแบบนี้มาตลอด ……

เด็กหนุ่มก้าวยาวๆ ออกจากโรงเรียน เห็นเด็กหนุ่มผมดำกำลังเดินออกจากประตูโรงเรียน เลยรีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว

“ รุ่นพี่ครับ ” ฮารุหันกลับมาทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก

“ อ้าว มีอะไร